โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
ความเป็นมา
ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบันนี้ รวมทั้งระบบโลกาภิวัตรได้สร้างช่องว่างทางการค้าอย่างมากมาย อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยจำนวนมากไม่สามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต การสร้างคุณภาพสินค้า การบริหารการเงิน การตลาดและการส่งออกให้แข่งขันกับประเทศคู่แข่งอื่นๆได้ เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงของการค้าระดับสากลแล้ว การแก้ไขปัญหาต้นตอของธุรกิจการส่งออก คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งในเชิงประกอบการการผลิตให้ได้ระดับสากล โดยการพัฒนาขบวนการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาคน การตลาด และเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการนั่นเอง
ดังนั้น เพื่อเป็นการปรับปรุงศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตในบ้านเราให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งนับวันมีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้จัดให้มีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (Manufacturing Development to Improve Competitiveness Programme: MDICP) ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลัก คือ พัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตไทยให้เข้าสู่ระบบการค้าสากล และสามารถสร้างสมรรถนะในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้ โครงการฯ จึงกำหนดแผนงานหลักไว้ 5 แผนงานได้แก่
- แผนงานการพัฒนาและปรับปรุงส่วนการผลิตให้ทันสมัย
- แผนงานยกระดับมาตรฐานกิจการและผลิตภัณฑ์ให้เป็นระบบสากล (ISO, QS หรือ อื่นๆ)
- แผนงานเพิ่มความสามารถทางการวางแผนและจัดการเทคโนโลยี
- แผนงานเสริมสร้างความสามารถทางการบริหารการเงินและการลงทุน
- แผนงานเพิ่มสมรรถนะการจัดการเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาคน การตลาดในและต่างประเทศ เทคโนโลยีและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
หลักการและเหตุผล
โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน มีเป้าหมายหลักคือ พัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตไทยให้เข้าสู่ระบบการค้าสากล โดยอาศัยกระบวนการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งระบบ ได้แก่ การปรับโครงสร้างการผลิตให้ทันสมัย การยกระดับมาตรฐานกิจการและผลิตภัณฑ์ การเพิ่มนวตกรรมของผลิตภัณฑ์ การเพิ่มสมรรถนะทางการตลาด การบริหารเงิน การบริหารคนและการจัดการธุรกิจเชิงกลยุทธ์
กระบวนการปรับโครงสร้างที่ได้กล่าวถึงนี้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งถูกละเลยไม่ได้รับการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนให้เป็นระบบที่สอดคล้องกับส่วนอื่นๆ แล้วธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นๆ จะไม่มีโอกาสสร้างความแข็งแกร่ง หรือความสามารถที่จะไปแข่งขันในตลาดการค้าระหว่างประเทศได้เลย
กระบวนการปรับโครงสร้างธุรกิจนี้ ไม่สามารถกระทำได้ในระยะเวลาอันสั้น และไม่สามารถกระทำได้ในทุกธุรกิจ สาเหตุที่มีข้อจำกัดเช่นนี้เป็นเพราะว่า จากอดีตจนถึงปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงและได้รับการพัฒนาทีละจุด ทีละด้านให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ หรือสถานการณ์การค้าในตลาดโลกเพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าเพียงระยะสั้นๆ การดำเนินธุรกิจจะมีลักษณะของการจัดการในเชิงรับ ไม่ใช่การจัดการในเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ โครงสร้างการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตจึงขาดความต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ดังนั้น จะมีธุรกิจบางกิจการเท่านั้นที่มีความพร้อมที่จะรับการพัฒนาปรับปรุงให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบไปพร้อมๆ กันทั้งกระบวน การปรับโครงสร้าง 5 แผนงานดังกล่าวข้างต้น กิจการที่มีความพร้อมนี้จะมีคุณสมบัติที่สำคัญเหมือนกันประการหนึ่งคือ การมีวิสัยทัศน์และความต้องการอยู่ในกลุ่มผู้นำการค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในตลาดการค้าภายในหรือการค้าในตลาดโลกด้วยก็ตาม ผู้ประกอบการในกิจการกลุ่มนี้จะแสวงหาความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนมากกว่าจะเป็นผู้ปรับตัวตามสถานการณ์ ซึ่งกิจการกลุ่มนี้จึงมักจะเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่สามารถปรับโครงสร้างและพัฒนาได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เป็นฐานขนาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติดังกล่าว หากแต่ยังขาดศักยภาพในการปรับโครงสร้างทั้งกระบวนได้ตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะเป็นผู้สนับสนุนให้แนวทางด้วยการแนะนำ ชี้โอกาส และการปฏิบัติเชิงประสาน เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ได้ตระหนักถึงความจำเป็นและประโยชน์อย่างแท้จริงของการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งระบบ ซึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จส่วนสำคัญนั้นจะต้องมาจากความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของผู้บริหารของธุรกิจเป็นหลัก เพราะการดำเนินงานต้องอาศัยทั้งเวลาและความเป็นผู้นำของระดับผู้บริหารเป็นรากฐานของการปรับปรุงกิจการ
ศูนย์นวัตกรรมธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ก่อตั้งขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อค้นคว้าหานวัตกรรมใหม่ ๆ ทางการบริหารจัดการธุรกิจ และการพัฒนาคน เพื่อการแข่งขันในตลาดการค้าเสรี โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถแข่งขันได้ในรูปแบบเครือข่าย (NETWORK for COMPETITIVENESS) พร้อมนำองค์ความรู้และทักษะดังกล่าวมาผสมผสานให้เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมไทยแล้วเผยแพร่ศาสตร์นั้นแก่ นักศึกษา ศิษย์เก่า คณาจารย์ และผู้สนใจทั่วไป ในปี 2545-2547 ศูนย์ฯได้ร่วมกิจกรรมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง คือ โครงการ MDICP ทำให้ศูนย์ฯมีประสบการณ์และความพร้อมด้านการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม ตลอดจนทักษะการให้คำปรึกษาเฉพาะรายโรงงาน
ศูนย์นวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีความยินดีขอเสนอแผนงานฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำเฉพาะรายโรงงาน เพื่อเพิ่มสมรรถนะทางการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์และการตลาดในและต่างประเทศ (แผนงานที่ 5) ของโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันรุ่นที่ 8 ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในลักษณะแนวความคิดว่าความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจปัจจุบันเกิดจากปัจจัยพื้นฐานสามอย่างคือ แผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ชัดเจน ทรัพยากรบุคคลมีความรู้ มีนวตกรรมและรู้จักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิผลประสิทธิภาพ มาผสมผสานแบบกลมกลืนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและคู่แข่งขัน
วัตถุประสงค์
- เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยที่เข้าร่วมโครงการฯมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดการค้าโลก
- เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมได้เรียนรู้การแก้ปัญหา แสวงหาโอกาส และการกำหนดทิศทาง รวมทั้งสามารถจัดทำกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้นและยาว
- เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการจัดการ การเจาะตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารคน และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
เป้าหมาย
- ผู้บริหารและพนักงานในกิจการ/โรงงานได้รับการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถในการจัดการและการวางแผนธุรกิจ การบริหารคน และแผนการตลาด แผนการตลาดส่งออก เพื่อการรองรับการดำเนินธุรกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศของกิจการ
- กิจการ/โรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ มี
- แผนจัดการธุรกิจ(ระยะสั้นหนึ่งปี) แผนบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์และนโยบายธุรกิจ (แผนธุรกิจระยะยาว 3-5 ปี)
- แผนบริหารและพัฒนาบุคลากรที่ชัดเจน
- แผนการตลาดและหรือแผนการตลาดส่งออกที่เหมาะสมและสามารถนำไปปฏิบัติได้
- สามารถวิเคราะห์ ประเมินผล การปฏิบัติงานด้วยเครื่องมือ Key Performance Indicators
หัวข้อในการให้คำปรึกษาแนะนำ ณ สถานประกอบการ จะครอบคลุม
- การคำปรึกษาด้านการตลาด
- การปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล
- การปรึกษาด้านการจัดการแผนกลยุทธ์
- การจัดทำ Workshop ในองค์กร ภายใต้หัวข้อ “Business & Marketing Plan
ตัวชี้วัดผลงาน
- มีแผนบริหารธุรกิจและกลวิธีเพื่อการแข่งขันขององค์กร พร้อมดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนทั้งสี่ด้านของแต่ละรายโรงงาน คือ ด้านรายได้และผลกำไร ด้านผลตอบแทนการใช้ทรัพยากร ด้านบริหารและพัฒนาบุคคลากร ด้านการจัดการองค์กร และเทคโนโลยี และสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
- กิจการมีแผนการตลาดและขบวนการการสร้างตราสินค้าที่ชัดเจน พร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
- กิจการมีแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ชัดเจน
- กิจการมีระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการตลาดและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ใช้งานได้จริง
- กิจการที่สมัครใจจำนวนหนึ่งจะได้ร่วมเดินทางไปเจรจาธุรกิจการค้า และลงนามในสัญญาการค้าในต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งสัญญาระหว่างบริษัทที่เข้าร่วมโครงการกับผู้ซื้อในต่างประเทศ
- บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะมีแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นรูปธรรมพร้อมตัวชี้วัดผลลัพท์
- ได้เข้าร่วมเครือข่ายธุรกิจ เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของบริษัท เอ็มดิก โฮลดิ้ง จำกัด
ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการเฉพาะแผนงานที่ 5
สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ แต่ละกิจการ (หากมีการร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องและทำกิจกรรมตามที่ที่ปรึกษากำหนดครบถ้วน) สามารถพิจารณาได้ ดังนี้
- ทุกบริษัทที่เข้าร่วมโครงการมีแผนบริหารธุรกิจ กลวิธี แผนการปฏิบัติการและงบประมาณเพื่อการแข่งขันที่ชัดเจน
- มีแผนพัฒนาองค์กร แผนการตลาดในและต่างประเทศ แผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและทีมงาน ตลอดจนระบบประเมินผลแบบสมดุลทั้งองค์กร
- เพิ่มศักยภาพในการขายและการจัดการเพื่อนำไปสู่การเพิ่มยอดขายอย่างน้อย 10% ลูกค้ามีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% ต้นทุนการตลาดและขายลดลงอย่างน้อย 10% ทรัพยากรบุคคลมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% อัตราการเข้าออกของพนักงานและผู้บริหารมีอายุงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% และมีเทคโนโลยีและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องใช้งานทุกกิจการ
- กิจการที่สมัครใจจำนวนหนึ่งจะได้ร่วมเดินทางไปเจรจาธุรกิจการค้า และลงนามในสัญญาการค้าในต่างประเทศ
- บริษัทที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จะสามารถพัฒนาแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อการแข่งขันระดับสากล
ทีมคณาจารย์ วิทยากร และทีปรึกษา
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เปิดสอนระดับปริญญาโทและเอกจำนวน 8 คณะ 1 โครงการประกอบด้วย จึงมีคณาจารย์และนักวิชาการด้านต่างๆ ที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกมากกว่า 150 ท่าน พร้อมกับมีศิษย์เก่าที่จบการศึกษาระดับมหาบัณฑิตจำนวนมากกว่า 24,000 คน ผู้บริหารโครงการและทีมงานของศูนย์นวัตกรรมได้เชิญคณาจารย์และศิษย์เก่ามาเป็นวิทยากร และหรือทีมที่ปรึกษาแนะนำเฉพาะรายโรงงานตามลักษณะของธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีทั้งด้านกลยุทธ์และนโยบายธุรกิจ ด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้านอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน และด้านอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ตามจำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ และมีนโยบายที่จะให้ที่ปรึกษาหนึ่งคนดูแลสถานประกอบการเพียงสองแห่งภายใต้การควบคุมของทีมที่ปรึกษาอาวุโสอย่างเข้มงวด
ทีมผู้บริหารโครงการประกอบด้วย
- ดร. อังครัตน์ เพรียบจริยวัฒน์ ที่ปรึกษาและวิทยากร
- ดร. ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ที่ปรึกษาและวิทยากรการจัดการ
- ดร. ผลิน ภู่จรูญ ที่ปรึกษาและวิทยากรการจัดการ
- ดร. บุญชัย หงส์จารุ ที่ปรึกษาและวิทยากรการตลาด
- ดร. นิตยา วงศ์ธาดา ที่ปรึกษาและวิทยากรการตลาด
- ดร. ประดิษฐ์ วิธิศุภกร ที่ปรึกษาและวิทยากรการจัดการ
- ดร. มณีวรรณ ฉัตรอุทัย ที่ปรึกษาและวิทยากรทรัพยากรบุคคล
- ดร. วิพุธ อ่องสกุล หัวหน้าโครงการและวิทยากรการบริหารโลจิติกส์
- ดร. อนุกัลยณ์ จีระลักษณกุล ที่ปรึกษาและวิทยากรการบริหาร SCM
- นายพลรชฏ เปียถนอม ผู้จัดการโครงการและหัวหน้าทีมที่ปรึกษาแนะนำ
- นายวศิน โพธิ์ไทรงาม ผู้ช่วยผู้บริหารโครงการและที่ปรึกษาการตลาด
- นางสาวลักษณาวาดี คูเรืองตระกูล ผู้ประสานงานโครงการ
สนับสนุนโดย

